หน้าเว็บ

ค้นหาบล็อกนี้

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553

ประเพณีแห้ผ้าขึ้นธาตุ

ความเป็นมาของประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ

แห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นอีกประเพณีหนึ่งที่เก่าแก่และมีเอกลักษณ์ของชาวนครศรีธรรมราชตั้งแต่สมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ปฐมกษัตริย์ผู้สร้างบ้านแปงเมืองและด้วยพระปรีชาสามารถทำให้นครศรีธรรมราชมีเมืองบริวารรายรอบถึง 12 เมือง เรียกว่าเมืองสิบสองนักษัตริย์ และในปีนี้ ททท.มีแนวคิดที่จะยกระดับให้เป็นแห่ผ้าพระบฎนานาชาติ เชิญผ้าพระบฏจากเมืองต่าง ๆ มาร่วม และจัดให้มีกิจกรรมหลากหลายเพื่อร่วมส่งเสริมและรณรงค์ให้นครศรีธรรมราช เป็นเป้าหมายในด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม พร้อมโชว์ศักยภาพความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นด้านประเพณีวัฒนธรรม เพื่อสืบสานถึงตำนานที่ยิ่งใหญ่ สันนิษฐานว่าเป็นประเพณีที่รับมาจากอินเดีย ตามประวัติกล่าวว่า ในสมัยพระเจ้าสามพี่น้อง คือ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช พระเจ้าจันทรภาณุ และพระเจ้าพงษาสุระ กำลังเตรียมสมโภชพระบรมธาตุอยู่นั้น คลื่นได้ซัดเอาผ้าแถบใหญ่ยาวผืนหนึ่ง ซึ่งมีลายเขียนพุทธประวัติ เรียกว่า “ผ้าพระบฏ” ขึ้นที่อำเภอ ปากพนัง พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชจึงจัดให้มีการสมโภชพระบรมธาตุ และแห่แหน “ผ้าพระบฏ” ขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุ จนถึงปัจจุบันนับเวลาได้เจ็ดร้อยกว่าปี โดยมุ่งหมายจะได้บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างใกล้ชิด ผู้อำนวยการกล่าวในตอนท้ายว่า ประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนี้ จัดในวันมาฆบูชา อันเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาที่ถือกันว่าเป็นวัน “จตุรงคสันนิบาต” คือวันที่พระอรหันต์ซึ่งเป็นเอหิภิกขุ จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ในวันที่ดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์พุทธศาสนิกชนชาวไทย โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราช จึงพร้อมใจกันประกอบพิธี โดยร่วมใจกันจัดหาผ้าสีเหลือง สีแดง สีขาว มาต่อกันเป็นแถบยาว ที่เรียกว่า “ผ้าพระบฏ” ไปห่มองค์พระบรมธาตุ เพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประจำทุกปี เพราะฉะนั้นในชีวิตหนึ่งหากมีโอกาสมาแห่ผ้าห่มองค์พระบรมธาตุ เชื่อกันว่าเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต อีกทั้งหากมีโอกาสในการร่วมพิธี หรือลิ้มรสข้าวมธุปายาส ถือเป็นยาอายุวัฒนะช่วยเพิ่มพูนสติและปัญญา นำพาชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีงามอย่างรู้เท่าทันชีวิต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น